วัดชนาธิปเฉลิม (Wat Chanathip Chaloem) หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "วัดมำบัง" เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงคุณค่าอย่างยิ่งในฐานะวัดพุทธแห่งแรกของจังหวัดสตูล สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2425 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยพระยาภูมินารถภักดี (โต๊ะมีนา) เจ้าเมืองสตูลในขณะนั้นได้อุทิศที่ดินเพื่อให้สร้างวัดสำหรับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่อพยพมาจากสงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 พระธรรมวโรดม (เซ่ง อุตฺตโม) เจ้าคณะมณฑลภูเก็ตในขณะนั้นได้เปลี่ยนชื่อจากวัดมำบังเป็น "วัดชนาธิปเฉลิม" เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเดิมของเมืองสตูลซึ่งมาจากภาษาเดิมว่า สเตา หรือต้นกระท้อน และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง
จุดเด่นสำคัญที่นักวิชาการด้านศิลปกรรมให้ความสนใจคือ "พระอุโบสถสองชั้น" ที่มีความแปลกตาและเปี่ยมไปด้วยสถาปัตยกรรมเฉพาะถิ่น ตัวอาคารชั้นล่างเป็นตึกก่ออิฐถือปูนใช้สำหรับเป็นศาลาการเปรียญ ส่วนชั้นบนเป็นอาคารไม้ที่ใช้สำหรับทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ หลังคาเป็นทรงจั่วแบบไทยแต่ดัดแปลงโครงสร้างให้รับกับตัวอาคารสองชั้นประดับด้วยกระเบื้องดินเผา สิ่งที่น่าประทับใจคือรายละเอียดบนหน้าบันและช่องลมที่ประดับด้วยรูปดาวตามอิทธิพลสถาปัตยกรรมอิสลาม รวมถึงลายฉลุไม้ที่อ่อนช้อยบริเวณระเบียงชั้นบน ซึ่งเป็นการผสมผสานทางศิลปวัฒนธรรมที่ลงตัวที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมในสตูลที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมาโดยตลอด
นอกจากพระอุโบสถแล้ว ภายในวัดยังมีเสนาสนะสำคัญอื่นๆ อาทิ กุฏิที่สร้างจากไม้เก่านับร้อยปี และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญทางศาสนาของจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความงดงามและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดชนาธิปเฉลิมเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนา วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานสำหรับการประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวความกลมเกลียวของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านร่องรอยสถาปัตยกรรมที่ยังคงความสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน
สงบ ร่มรื่น และยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้เป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน